เราพร้อมดูแลด้วยแนวคิดประกันแบบเหมาเหมา
ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน
#โชคดีที่ได้เลือก #เหมากายเหมาใจ #เหมาไปถึงความรู้สึก

เราพร้อมดูแลด้วยแนวคิดประกันแบบเหมาเหมา
ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน
#โชคดีที่ได้เลือก #เหมากายเหมาใจ #เหมาไปถึงความรู้สึก

 
กาย
ผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาแบบยื้อชีวิตคือผู้ป่วยที่ยังมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้และร่างกายของผู้ป่วยยังพร้อมที่จะรับการรักษานั้นๆอยู่ ส่วนจะหายหรือไม่หายขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยและระดับของการรักษาในขณะนั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการทรุดหนักลงเราสามารถเลือกการรักษาแบบ Curative care พร้อมกันกับ Palliative care ได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง (List disease of Palliative care and Functional unit)
 
ใจ
ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ การรักษาที่ทำให้หายขาดจะช่วยสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยคนรอบข้างและญาติได้ดี แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาดแแล้วคนรอบข้างพยายามรักษาให้หาย จะทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางร่างกาย จิตใจ และสร้างภาระในส่วนของค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น เหตุผลส่วนใหญ่ที่แพทย์/ญาติ เลือกรักษาผู้ป่วยจนถึงที่สุดแม้ร่างกายจะรับไม่ไหว เพราะการหยุดรักษาทำให้รู้สึกหมดหวัง และยังทำใจไม่ได้ที่ผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตจากโรคนั้นๆ
 
คนดูแล
การดูแลผู้ป่วยแบบ Curative care จะเน้นการรักษาโรคเป็นหลัก มากกว่าด้านจิตใจ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายเหมือน Palliative care
 
ค่าใช้จ่าย
จากผลสำรวจพบว่าค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยที่ตายที่โรงพยาบาล สูงกว่า ตายที่อื่นๆ หรือตายที่บ้านถึง 2 เท่า (กรมการแพทย์ 20 มีนาคม 2557) ทางเลือกในการการรักษาแบบยื้อชีวิตสามารถเบิกได้ ทั้ง บัตรทอง (30 บาท รักษาทุกโรค) และประกันสังคม หรือเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ก็ช่วยได้ทั้งค่าใช้จ่ายและค่ารักษา
 
 
หมดกังวลกับทุกทางเลือก
ด้วยแบบประกัน เหมา เหมา ตัวช่วยที่ให้คุณเลือกความคุ้มครองในแบบที่คุณพอใจ
 
กาย
Palliative care ไม่ใช่ No care แต่คือการรักษาแบบประคับประคองให้ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงปัจจัย 3 ด้าน คือ การบรรเทาความเจ็บปวด การช่วยเหลือด้านจิตใจ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวคนไข้ ควรเริ่มการดูแลแบบ Palliative care เมื่อพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด จนกระทั่งป่วยอยู่ในระยะท้าย หรือกำลังจะเสียชีวิตจากโรค (กรมการแพทย์) กลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่รับการดูแลแบบ Palliative care อันดับต้นๆ ได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็งปอด, มะเร็งท่อนํ้าดี, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, มะเร็งตับ, มะเร็งเต้านม, ไตวายเรื้อรัง, มะเร็งลําไส้ใหญ่ และหลอดเลือดสมอง (วารสารกรมการแพทย์, ศรีเวียง ไพโรจน์กุล พ.บ) ที่ผ่านมาคนไทย เลือกรักษาแบบ Palliative care เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยอายุ 50 ปี ขึ้นไป โดยปี 2559 มีผู้ป่วยได้รับบริการรวม 8,209 คน หรือ 32,810 ครั้ง ในกรณีที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการทรุดหนักลง เราสามารถเลือกการรักษาแบบ Curative care ไปพร้อมกันกับ Palliative care ได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง
 
ใจ
ผลสำรวจพบว่าผู้ป่วยที่โรคอยู่ในระยะท้ายมักไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการทางจิตใจ สังคมและจิตวิญญาณซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ตายที่บ้านนั้น มีคุณภาพชีวิตดีกว่า ครอบครัวมีความพอใจมากกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่า (งานวิจัยทั่วโลกที่เป็นปัจจุปันของ Bailey&Harman (2015)) ผลสำรวจผู้ป่วยระยะท้ายส่วนใหญ่ของไทย ต้องการเสียชีวิตที่บ้านแต่ยังติดขัดปัญหาสิทธิการรักษาพยาบาลยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข)
 
คนดูแล
การดูแบบ Palliative care ซับซ้อนกว่า Curative เพราะจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้ง แพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพ นักจิตวิทยา ไปจนถึงผู้นำทางจิตวิญญาณ ปัญหาที่คนดูแลมักจะพบคือ ความเครียดที่ต้องประคับประคองอาการของผู้ป่วยในระยะสุดท้าย ซึ่งไม่สามารถบอกระยะเวลาการเสียชีวิตได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นระยะตลอดจนวาระสุดท้ายของชีวิต (กรมการแพทย์ 20 มีนาคม 2557) คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับคนดูแลผู้ป่วย -ดูแลตนเอง อย่าลืมดื่มนํ้าและกินอาหารเมื่อถึงเวลา -อย่าใช้เวลาอยูข้างเตียงกับผู้ป่วยจนนานเกินไป จนตนเองไม่ได้พักผ่อน -เปลี่ยนอิริยาบทหรือทํากิจกรรมอื่นๆ เช่น ออกไปพบคนรู้จัก ไปเดินเล่นหรือสวดมนต์เป็นช่วงๆ -ไม่ควรใช้ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ -ถ้ารู้สึกเสียใจควรร้องไห้ออกมา การร้องไห้ออกมาเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยให้ทําใจกับการสูญเสียได้ดีขึ้น การดูแลเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต (ข้อมูลสําหรับญาติและผู้ดูแล) โดย อ.พญ.ดาริน จตุรภัทรพร คนดูแลขอคำปรึกษาด้าน Palliative Care กับใครได้บ้าง? ปัจจุบันมีหน่วยบริการประจําที่ใหบริการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองจํานวน 399 แห่ง (ณ เดือน พ.ย. 2560) โดยโรงพยาบาลที่มีจํานวนผู้ป่วยระยะสุดทายรับการดูแลแบบประคับประคอง 5 อันดับแรก ได้แก่ รพ.เขื่องใน, รพ.ลี้,รพ.เสลภูมิ, รพ.ยางตลาด และ รพ.สันป่าตอง (สปสช.)
 
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยแบบประคับประคอง ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาตามปกติ วรพรรณ ศรีสุวรรณ และคณะ,2556) จากการศึกษาผู้ป่วยมะเร็งในช่วง 30 วันสุดท้ายของชีวิต ผู้ป่วยที่ปรึกษากับทีม Palliative care มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ปรึกษา เฉลี่ย 16,600 บาทต่อคน (วรพรรณ ศรีสุวรรณ และคณะ,2556) Palliative care ก็เบิกได้เช่นกัน สำหรับบัตรทอง(30 บาทรักษาทุกโรค) ประกันสังคม ซึ่งสอบถามได้กับหน่วย Palliative care ของโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หรือเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ก็ช่วยได้ทั้งค่าใช้จ่ายและค่ารักษา
 
 
บริการสุขภาพรอบด้าน
ช่วยแบ่งเบาภาระ และคลายความกังวลใจ
เราพร้อมดูแลคุณ ในทุกทางเลือก
อยากให้เราคุ้มครองแบบไหนกรอกรายละเอียดเลย
ความคุ้มครองที่มีให้ทั้งกาย และใจ
ก็เลือกได้ ในรูปแบบที่เป็นคุณ
HEALTHY LIVING / HEALTHY LEAVING
อยู่ก็สบาย จากไปก็เป็นสุข...